จัดกระเป๋าไปออสเตรเลียกันเถอะ 
 สิ่งที่จำเป็นต้องรู้ในการแพคของลงกระเป๋า

ในช่วงหลังมานี้ ระบบรักษาความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศมีความเข้มงวดมากขึ้น มาตรการป้องกันการก่อการร้ายต่างๆ ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกฝ่าย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อการร้าย หนึ่งในนั้นก็คือมาตรการจำกัดของเหลวที่จะนำติดตัวขึ้นไปในห้องโดยสาร ตามรายละเอียดดังนี้

1. ของเหลว เจล หรือครีม ทุกชนิด แต่ละชิ้นจะต้องบรรจุอยู่ในภาชนะที่มีปริมาตรบรรจุสูงสุดไม่เกิน 100 มิลลิลิตร

2. ปริมาตรรวมกันทั้งหมด ไม่เกิน 1 ลิตร หรือ 1000 มิลลิลิตร

3. ทั้งหมดจะต้องบรรจุในถุงพลาสติกใส ซึ่งมีแจกสามารถขอได้ที่เคาน์เตอร์เช็คอิน

หากไม่ปฎิบัติตามข้อ 1 - 3 อย่างครบถ้วน เมื่อไปถึง Security ก็จะถูกยึด ไม่อนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องในห้องโดยสาร

อย่างไรก็ตาม เราสามารถนำของเหลว เจล หรือ ครีม เหล่านี้ ในปริมาตรเท่าใดก็ได้ ใส่เข้าไปในกระเป๋าที่โหลดเข้าใต้ท้องเครื่องบิน จะทะลึ่งเอาถังน้ำ 20 ลิตร ใส่เข้าไปด้วยก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าน้ำหนักเกินก็เสียค่าปรับเอาเองนะ กิโลละไม่กี่สิบดอลหรอก ฮ่าๆๆ

 
 ข้อควรรู้อื่นๆ ในการเตรียมของและเดินทาง
                1. ไฟฟ้าที่นี่ใช้ 230V ดังนั้น อุปกรณ์ไฟฟ้าเมืองไทย สามารถเอามาใช้ได้ทุกอย่าง แต่จะต้องมี หัวแปลงปลั๊กไฟ เพราะใช้ปลั๊กไม่เหมือนกัน 
                2. ควรจะเปิดบัญชี ที่ทำ ATM แบบกดได้ทั่วโลก ที่เมืองไทย เอาไว้ด้วย เช่นบัตร B-First ของ ธ.กรุงเทพ เผื่อฉุกเฉิน ให้ที่บ้านโอนเงินเข้า แล้วมากดเอาที่นี่ได้เลย 
                        3. ไม่ควรแลก พกเงินสดติดตัวขึ้นเครื่องจำนวนเยอะๆ เพราะไม่ปลอดภัย ใช้วิธี แลกมาสักพันดอล ติดตัวมา มาถึงแล้วก็เปิดบัญชีธนาคารที่นี่เอาไว้ แล้วให้ที่บ้านโอนเข้าบัญชี หรือมากดเอาทีหลัง เพื่อความปลอดภัยในการเก็บรักษาและเดินทาง 
                        4. ก่อนขึ้นเครื่อง ให้หาเสื้อกันหนาว 1 ตัว ติดไว้ในกระเป๋าที่แบกขึ้นเครื่อง ไปด้วย เพราะอยู่บนเครื่อง ตอนดึกๆ จะหนาวพอสมควร
            
     5. เนื่องจากกระเป๋าที่โหลดเข้าใต้เครื่อง เค้าจำกัดน้ำหนักที่ 30 กิโล ดังนั้นก็ให้ระวัง ไม่งั้นอาจจะโดนปรับได้ เวลาใส่ข้าวของ ก็เลือกอันไหนเบาๆ เอาใส่กระเป๋าใหญ่ ส่วนอันไหนหนักๆ ก็เอาไปใส่ที่เป้ ที่แบกเองขึ้นเครื่อง เพราะปกติแล้ว เค้าไม่ค่อยจะเช็คน้ำหนัก นอกจาก เราไปทำท่าให้เค้าเห็นว่าหนักเวอร์หรือใบใหญ่เกินไป

          6. ของมีคม เช่น มีด กรรไกร คัทเตอร์ ไขควง หรืออะไรที่ อาจจะถูกมองว่าเป็นอาวุธได้ ให้เอาไปใส่ในกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่อง ไม่งั้นอาจจะมีปัญหาในการเดินทางได้ อ้อ ไฟแช็ค เด๋วนี้เค้าไม่ค่อยให้เอาขึ้นไป ถ้าใครพกมาด้วย ก็เอาเก็บใส่กระเป๋าใหญ่ดีกว่านะครับ

                 7. ของกิน ถ้าไม่จำเป็น อย่าเอามาดีกว่า เสี่ยงที่จะโดนตรวจ ไม่ผ่าน และโดนโยนทิ้ง ดีไม่ดี ถ้าลืมดีแคร์ มีสิทธิ์โดนปรับหนัก (โปรดสังเกตค่าปรับบนป้ายประกาศในรูป)
 

          8. ของประเภท ทำจากไม้ทั้งหลาย เลี่ยงได้ให้เลี่ยง เพราะเค้าไม่ค่อยให้เอาเข้าประเทศ ถ้าเค้าตรวจเจอ อาจจะโดนทิ้ง หรือปรับ หรือต้องเสียภาษีแพงๆ 

          9. ใครที่คิดจะใช้คอม และพิมพ์ดีดสัมผัสไม่เป็น ให้หาซื้อสติกเกอร์ตัวอักษร แป้น พิมพ์ดีดไทย มาด้วย หรือถ้าไม่ห่วงเรื่องน้ำหนัก จะซื้อแป้น ภาษาไทยมาด้วยเลยก็ได้

          10. ถ้านั่งสายการบินที่ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องกลางทาง เมื่ออยู่ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่อง ให้พยายามเงี่ยหูฟังประกาศ และดูที่หน้าจอแสดงเกท บ่อยๆ เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกระทันหันได้

                  11. รถเข็นตามสนามบิน มันอาจจะอยู่ซอกหลืบหน่อย หาไม่เจอก็ถามประชาสัมพันธ์เอา ถ้าหาเจอแล้วก็ใช้ๆไปเหอะ เขาให้ใช้ฟรี อย่าโง่เดินแบก
18 กิโลเดิน เหมือนผม เพราะหารถเข็นไม่เจอ

           12. วลาเข้าไปเครื่องตรวจโลหะ ที่เกทตอนจะขึ้นเครื่อง ถ้ามีเหรียญ อย่าลืม ล้วงเหรียญใส่ตะกร้าที่เขายื่นมาให้ด้วย ไม่งั้นถ้าเครื่องมันร้อง สายตานับร้อย อาจจะมาจ้องให้ได้อายเอาได้ 

           13. ครมาถึงช่วงเช้า อยากเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ ให้นั่งติดหน้าต่างด้านซ้าย เช่นกัน ใครมาถึงช่วงกลางคืน ถ้าอยากเห็นพระอาทิตย์ตก ให้นั่งติดหน้าต่างด้านขวา
ข้อควรรู้อื่นๆ หลังจากมาถึงแล้ว
                   1.  ระบบน้ำร้อน ที่นี่ ทุกก็อกจะมีน้ำร้อน และเย็น ดังนั้นเวลาใช้ให้ระวังด้วย อาจจะโดนลวกได้
                   2.  ที่นี่ เขาไม่ใช้น้ำล้างตูด (ฮ่าๆๆ) เขาใช้กระดาษทิชชู่ ดังนั้น ให้เตรียมตูด เตรียมใจไว้ หรือใครขาดน้ำไม่ได้(เหมือนผม) ก็เตรียมเทคนิคส่วนตัวเอาไว้ด้วย
                   3.   มาถึงใหม่ๆ เจอเด็กๆน่ารัก อย่าไปแตะต้อง ไม่งั้นอาจจะโดนพ่อแม่เด็กด่าเสียหมาได้ และที่สำคัญ ห้ามให้ขนม หรือของเล่นเด็กแปลกหน้า เป็นอันขาด ไม่ว่ากรณีใดๆ
                   4.   รถเมล์ รถไฟ และเรือ ที่นี่จะวิ่งเป็นเวลา ดังนั้น ให้ดูเวลาให้แน่นอนเอาไว้ จะได้ไม่ต้องไปนั่งแหง่วรอนานๆ 
                   5.   บัตรนักเรียน ISIC Card หรือบัตรนักเรียนโรงเรียนภาษา โดยทั่วไปไม่สามารถที่จะใช้เป็นส่วนลดค่าโดยสารได้ จะต้องเป็นบัตรที่ออกให้เป็นพิเศษจากสถาบันที่ทาง Council รับรอง ตัวอย่างเช่น บริสเบน จะใช้ส่วนลดได้ก็ต่อเมื่อ บนบัตรนักเรียนมีสัญลักษณ์ QR เท่านั้น และบางเมืองเช่น เมลเบิร์น หรือซิดนีย์ ไม่มีส่วนลดให้นักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ

ตอนนี้ผมนึกออกแค่นี้แหละครับ ถ้ามีอะไรที่ตกหล่นไป แล้วคิดว่าน่าเพิ่มเติม หรือเห็นว่าข้อมูลที่ผมให้ไม่ถูกต้อง ก็รบกวนแนะนำแก้ไขมาด้วยนะครับผม ขอบคุณครับ
สถานที่และเบอร์โทรศัพท์  กรณีฉุกเฉิน...ติดต่อ

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์
131 ชั้น 8 macquarie St.Sydney NSW 2000
โทรศัพท์ 9241-2542
โทรสาร 9247-8312
สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย
โทรศัพท์ 0-2344-6300
โทรสาร 0-2344-6593
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก     Link: http://aussiethai.com/link 
รวบรวมข้อมูลโดย    HighEducation Co.,Ltd. 
ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ Hi-ED
217/3 อาคารอโศกทาวน์เวอร์ส ถนน สุขุมวิท 21 (ซอย อโศก)
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา  กรุงเทพฯ 10110
โทร +66 2 664 1992               แฟกซ์  +66 2 664 1993

www.higheducation.co.th    email. อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 
 

 Page 1 : 2 

 
 

     
     

You are here  :