| | น้องมิน กับการเตรียมตัวเข้าเรียนต่อ ป.โท ที่ The Universiy of Waikato, Hamilton New Zealand และพามารู้จักกับมหาวทิยาลัยดีๆ อย่าง University of Waikato อีกด้วยค่ะ | |
| แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยค่ะ จบสาขาอะไรจากที่ไหนคะ
สวัสดีค่ะ ชื่อ มนชวัล นารถศิลป์ ชื่อเล่นว่า มิน ค่ะ จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะวิทยาศาสตร์ สาขา ฟิสิกส์ประยุกต์
| |
| ตอนนี้เรียนที่ไหนค่ะ และหลักสูตรอะไร
8 เดือนที่ผ่านมามินเรียนที่ The University of Waikato ในส่วนของ Waikato Pathways College ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยค่ะ มีสอนทั้งหลักสูตร General English & Academic English มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่ Hamilton City ซึ่งห่างจาก Auckland City เพียง 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ ตอนนี้มินก็เตรียมตัวจะเรียนต่อปริญญาโทที่ The University of Waikato หลักสูตร Master of International Management ค่ะ
| |
| บรรยากาศของสถาบัน และการเรียนการสอนเป็นอย่างไรบ้าง
สถาบันสอนภาษาตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับคณะต่างๆในมหาวิทยาลัยซึ่งมีบริเวณกว้างขวาง มีสนามกีฬา สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และ Gym เรียกได้ว่าใครชอบเล่นกีฬาต้องถูกใจแน่ๆ รวมทั้งมีสถานพยาบาลของ Waikato มีบรรยากาศที่ดี สดชื่น และเป็นธรรมชาติมากๆ มีทะเลสาบถึงสามแห่งและเป็ดน้อยว่ายน้ำไปมาค่ะ บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นมิตรมากๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก และอาจารย์ที่นี่เอาใจใส่ดูแลนักเรียนทุกคน จำนวนนักเรียนในแต่ละห้องไม่มากจนเกินไปทำให้อาจารย์ดูแลได้อย่างทั่วถึง ส่วนเรื่องการวัดระดับนั้นก็ได้มาตรฐานมีความเหมาะสมกับหลักสูตร ทั้งหลักสูตรภาษาอังกฤษทั่วไป สำหรับผู้ที่ต้องการเน้นไปทางการพูดและการฟัง หรือภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมตัวศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในเรื่องของการเขียนรายงานและวิจัยต่างๆค่ะ
| |
| กลับไปเรียนเป็นครั้งที่ สองแล้ว ประทับใจอะไรกับการเรียนการสอนของที่ University of Waikato ค่ะ
ที่มินตัดสินใจกลับไปเรียนต่อที่ Wailkato ก็เพราะว่าติดใจในเพื่อนและอาจารย์ที่นั่นค่ะ และมินชอบสภาพแวดล้อมที่นั่นคิดว่าเหมาะสมกับการเรียนมากๆค่ะ นอกเหนือจากการเรียนแล้วทางมหาวิทยาลัย Waikato ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น party ตามวันสำคัญต่างๆ ของท้องถิ่นและสากล, กิจกรรมท่องเที่ยวในราคาประหยัดสำหรับนักศึกษา และแถมได้เพื่อนใหม่ๆในการเดินทางแต่ละครั้งด้วยค่ะ ซึ่งเค้าจะมีผู้มาประชาสัมพันธ์ตลอดค่ะ ว่าช่วงไหนมหาวิทยาลัยจะมีกิจกรรม หรือมีเทศกาลอะไรที่หน้าสนใจ
อีกข้อสำคัญมากๆ ที่มินเลือกเรียนภาษาที่มหาวิทยาลัย Waikato เพราะเป็นสถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย และตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เราคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมรวมทั้งเพื่อนในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยเตรียมความพร้อมให้เราก่อนจะศึกษาต่อในมหาวิยาลัยค่ะ | |
| เตรียมตัวอย่างไรบ้างกับการเรียนต่อปโท ที่มหาวิทยาลัย Waikato
อย่างแรกก็คงต้องเตรียมใจก่อนค่ะ 555 ต่อมาก็ในเรื่องของภาษาอังกฤษค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะสอบIELTS ได้ระดับคะแนนตามที่เราต้องการแล้ว ก็อยากจะแนะนำให้ไปเรียนภาษาก่อนเปิดเรียนซักหนึ่งหรือสองคอร์สเพื่อเป็นการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมค่ะ มินว่าสำคัญมากๆค่ะ
| |
| สิ่งอำนวยความสะดวกของสถาบันมีอะไรบ้าง
THE UNIVERSITY OF WAIKATO ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่อีกที่นึงเลยที่เดียวค่ะ มีพื้นที่กว้างขวาง จึงมีสนามกีฬ่า ที่รองรับการเล่นกีฬาได้หลายประเภทเลยค่ะ ค่อนข้างครบค่ะ รวมไปถึงห้องอาหาร ร้านกาแฟ ร้านตัดผม ร้านถ่ายรูปอัดรูป และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมายค่ะ เรียกว่าครบครันเลยค่ะ
| |
| เจอปัญหาอะไรบ้างระหว่างเรียน และมีวิธีรับมือกับปัญหาอย่างไรบ้าง
เท่าที่ผ่านมาหากมีปัญหาอะไร ทาง Agency ที่เมืองไทยยินดีช่วยเราอย่างเต็มที่ทำให้ปัญหานั้นหมดไปหรือลดน้อยลงอย่างมากค่ะ อีกทั้งทางสถาบันก็จะมี Waikato Student Union คอยให้คำปรึกษาในทุกๆเรื่องอยู่แล้วค่ะ เช่นเรื่องของการต่ออายุ VISA หรือเรื่องอยู่อาศัยค่ะ ส่วนในเรื่องของสังคมนั้นไม่มีปัญหาเลยค่ะ มินกับเพื่อนๆที่เรียนภาษาด้วยกัน เพื่อนในส่วนมหาวิทยาลัย หรือชนพื้นเมืองนั้น ทุกคนเป็นมิตรดีมากค่ะ
| |
| ภาษาของน้องมินพัฒนาขึ้นกว่าเดิมอย่างไรบ้างค่ะ
ภาษาอังกฤษมินพัฒนาขึ้นมามากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการฟังและการพูด เพราะแต่ก่อนฟังก็ไม่ค่อยเข้าใจ และถ้าจะให้พูดยิ่งแล้วใหญ่เลยค่ะ พูดไม่ออกเลย เวลาไปซื้อของแล้วฟังเค้าไม่รู้เรื่อง ในช่วง 2 เดือนแรกก็รู้สึกว่ายังไม่ได้อะไรมาก แต่ก็มีเพื่อนคอยบอกว่าให้ใจเย็นๆ เดี๋ยวผ่านไป 3 เดือนจะรู้สึกว่าดีขึ้นแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ
รู้สึกว่าการไปเรียนที่ต่างประเทศในครั้งนี้ ได้ผลดีมากๆ ค่ะ มินเคยเรียนภาษาในเมืองไทยมาก่อนถึงแมว่าจะเรียนกับฝรั่งแต่พอเราออกมานอกห้องเรียนเจอสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย เราก็เป็นคนไทย เราจึงใช้ภาษาไทยซะมากกว่า พอมาเจอกับสถานการณ์จริงถึงกับอึ้งไปเลยค่ะ
แต่พอมินเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ ทุกที่ใช้ภาษาอังกฤษหมด ในห้องเรียน นอกห้องเรียน หรือที่บ้าน ล้วนต้องใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นผลดีกับมินเป็นอย่างมาก เพราะมินได้นำสิ่งที่เรียนมาใช้ได้จริงๆ มินว่าเราจะซึมซับสิ่งเหล่านี้เข้าไปโดยธรรมชาติ เรียนได้แบบไม่ต้องท่องจำเลยค่ะ นอกจากนี้ ในหลักสูตร Academic English ที่เน้นไปทางการเขียนและการอ่านนั้น เห็นผลได้ชัดเจนมากเลยค่ะ เค้าจะสอนคำศัพท์ในระดับสูงและรูปแบบประโยคที่เหมาะสมกับการเขียนในแต่และประเภท รวมถึงการฝึกอ่าน และฝึกฟัง แล้วทำการ take note ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยค่ะ สิ่งที่พัฒนาขึ้นทั้งหมดนี้ ช่วยสร้างให้มินมีความมั่นใจมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับชาวต่างชาติค่ะ
| |
| Host Family ที่นั่นน่ารัก อย่างไรบ้างค่ะ
มินอยู่กับโฮส (ครอบครัวชาวนิวซีแลนด์) มาตลอดค่ะ ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง จนถึงวันนี้มินก็ยังอยู่บ้านเดิมค่ะ นอกจากอาหารสามมื้อที่เค้าทำให้แล้ว เค้ายังคอยให้คำปรึกษาเรื่องต่าง หรือบอกเล่าวัฒนธรรมบางอย่างที่เราไม่รู้ เพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่นได้ค่ะ และบางโอกาสก็จะพาเราไปเที่ยวในที่ต่างๆค่ะ และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการช่วยพัฒนาภาษาของเราให้ดียิ่งขึ้นค่ะ และยังคอยเป็นธุระให้เราในเรื่องเอกสารต่าง เพราะบางครั้งเราอาจไม่เข้าใจ หรือช่วงที่เราไม่อยู่ เดินทางกลับไทย ในระหว่างนั้นเค้าก็จะเป็นธุระให้กับเราค่ะ มินว่าอยู่แล้วทำให้เราไม่เหงาแล้วก็อุ่นใจ เพราะเค้าช่วยดูแลเราได้ในระดับหนึ่งค่ะ เปรียบเสมือนครอบครัวในต่างแดนค่ะ
| |
| ช่วยแนะนำเรื่องการเตรียมตัวสำหรับน้องๆ ที่ต้องการไปเรียนต่อนิวซีแลนด์ค่ะ
ก่อนไปก็ศึกษาสภาพภูมิอากาศให้ดีนะคะ แล้วเตรียมอุปกรณ์กันหนาวและกันฝนให้พร้อม
| |
| รู้จักกับทาง Hi-ED ได้อย่างไรค่ะ
วันนั้นไปงานนิทัศการณ์ศึกษาต่อประเทศแคนนาดาค่ะ จึงทำให้ได้พบกับพี่จ๋า ซึ่งจริงแล้วตอนนั้นได้ตัดสินใจและทำเรื่องไปเรียนภาษาที่ประเทศนิวซีแลนด์แล้ว แต่ก็ยังลังเลเรื่องต่อปริญญาโท จึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เกียวกับกระเทศอื่นๆ จึงได้ทำการสมัครเรียนปริญญาโทที่ประเทศแคนนาดากับพี่จ๋าไว้ ทั้งที่พี่เค้าทราบว่าเรากำลังจะไปเรียนที่นิวซีแลนด์อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าและไปกับ Agency อื่น พี่เค้าก็ยังดูแลเราและติดต่อเรื่องเอกสารใบสมัครและตามเรื่องใบตอบรับให้อย่างรวดเร็ว (CANNADA) แถมยังแนะนำเกี่ยวกับประเทศนิวซีแลนด์อีกด้วย ทำให้เราประทับใจ และหลังจากนั้นเมื่อเราเดินทางไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์แล้ว เราก็ยังติดต่อพี่จ๋า เพื่อปรึกษาเรื่องการเรียนว่าจะเลือกเรียนคณะไหน ที่ไหน อย่างไรดี พี่จ๋าก็ให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี และรวดเร็วทันใจมากๆ ไม่ว่าจะเรื่องการสมัครเรียนเพิ่ม หรือต่อ Visa แบบว่าพี่ๆ Hi-ED เค้ารู้จริง แล้วก็คุยแล้วสบายใจเหมือนพี่น้องกันค่ะ
| |
| พี่ๆ Hi-ED ให้การช่วยเหลือในการทำเรื่องศึกษาต่อต่างประเทศอย่างไรบ้าง
พี่ๆที่นั่นอัธยาศัยดีทุกคนค่ะ น่ารักคุยครั้งแรกก็ประทับใจแล้ว แล้วที่สำคัญพี่ๆเค้าให้ความสำคัญกับนักเรียนทุกคนที่เข้ามาขอคำปรึกษา คอยตามเรื่องเอกสารให้เราอย่างครบถ้วน ให้ข้อมูลในการตัดสินใจที่ชัดเจน ในการเลือกเมือง,ประเทศ,และมหาวิทยาลัยที่จะไปศึกษาต่อค่ะ คุยแล้วรู้สึกสบายๆ ทำให้กล้าที่จะบอกปัญหากับพี่ๆเค้าค่ะ พอมาถึงที่ต่างประเทศแล้วพี่เค้าก็ไม้ทิ้งเราด้วยค่ะ คอยถามความเป็นไปอยู่ตลอดเวลา และนอกจากนี้ ไม่ว่าเราจะต้องการเรื่องด่วนแค่ไหนพี่เค้าก็จัดการให้ได้ แบบว่าพี่เค้าไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยค่ะ เต็มที่จริงๆค่ะ ฮ่าๆๆๆ
| |
| มีอะไรที่คิดว่าทางพี่ควรปรับปรุงเพิ่มเติมไม๊ค่ะ
มีค่ะ น่ารักน้อยๆหน่อย (ล้อเล่นค่ะ ไม่ต้องใส่ไปนะคะ ข้อสุดท้ายแล้ว ดึกแล้ว สติเริ่มแตกนิดๆ) ขอบคุณพี่ๆมากนะคะ
| |
| ขอบคุณน้องมิน มากๆค่ะ ที่มาบอกถึงเทคนิค และคำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวเรียนต่อปริญญาโท พีๆ Hi-ED ขอให้น้องมินประสบความสำเร็จ และเอาใบปริญญากลับมาฝากเร็วๆนะคะ พี่ๆจะคอยดูแลน้องมินจนจบหลักสูตรค่ะ | |